PitBull

posted on 02 Sep 2011 01:36 by kumiint
Pitbull
          Armando Christian Perez คือชื่อจริงของแร็พเพอร์หนุ่มหน้าใหม่มาแรงที่เรารู้จักกันในชื่อสั้นๆ แต่แสนดุอย่าง Pitbull นั่นเอง Pitbull เป็นชาวคิวบา แต่มาเติบโตในไมอามี่ รัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยโตมากับกาพย์กลอนของคิวบาและดนตรีแนวฮิปฮอป ของไมอามี่ ทำให้เขาชื่นชอบดนตรีแนวนี้มาตั้งแต่เด็กนั่นเอง

http://vinnykumar.com/wp-content/uploads/2011/05/Pitbull+YearOfTheGentleman.jpg
 
            Pitbull ออกอัลบั้มมาแล้วหลายอัลบั้ม คือ ‘M.I.A.M.I. (Money Is A Major Issue)’ เป็นอัลบั้มแรกในปี 2004 ซึ่งมียอดขายถึงระดับแผ่นเสียงทองคำเลยทีเดียว โดยตัวอัลบั้มก็ขึ้นสูงถึงอันดับ 7 ในชาร์ต R&B และอัลบั้มที่ 2 ‘El Mariel’ ในปี 2006 ซึ่งขึ้นสูงสุดถึงอันดับ 2 รวมถึงอัลบั้มที่ 3 ‘The Boatlift’ ในปี 2007 ที่ขึ้นถึงอันดับ 5 โดยได้ร่วมงานกับศิลปินชื่อดังอย่าง Lil Jon, Jim Jones, Frankie J และ Lloyd อีกด้วย
           และนี่คืออัลบั้มที่สร้างชื่อเสียงให้เขามากที่สุด ‘Rebelution’ ซึ่งเป็นอัลบั้มที่ 4 ที่จะออกในปี 2009 แต่เปิดตัวด้วยซิงเกิ้ลแรกไปแล้วในปี 2008 จนกลายเป็นเพลงดังข้ามปีอย่าง ‘Krazy’ ที่ได้ร่วมงานกับเพื่อนคู่หูผู้รู้ใจอย่าง Lil Jon อีกครั้ง โดยเพลงนี้ได้แซมเพิ้ลเพลง ‘Cream’ ของ Federico Franchi ในปี 2007 มานั่นเอง ซึ่งมียอดขายซิงเกิ้ลถึงระดับแผ่นเสียงทองคำ (Gold) เลยทีเดียว ซึ่งอัลบั้มนี้ได้ Akon, T-Pain, Avery Storm, Trick Daddy, Kid Cudi และ Scarface มาเป็นแขกรับเชิญและยังได้รับเกียรติจาก Lil Jon และ The Neptunes มาโพรดิวซ์ให้อีกด้วย
          ตามมาติดๆ กับซิงเกิ้ล 2 ‘I Know You Want Me (Calle Ocho)’ ที่ติดชาร์ตอันดับ 1 ในหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็นฝรั่งเศส ตุรกีและเนเธอร์แลนด์ และอันดับ 2 ในอเมริกาและแคนาดา และตอกย้ำความแรงด้วยยอดขายที่สูงถึงระดับแผ่นเสียงทองคำขาว (Platinum) และหนีไม่พ้นการแซมเพิ้ลเพลง ‘Street Player’ ของ Chicago มาอีกด้วย และซิงเกิ้ล 3 ‘Blanco’ ที่ร่วมงานกับ Pharrell และถูกนำไปใช้เป็นซิงเกิ้ลแรก เพื่อโปรโมทอัลบั้มเพลงประกอบภาพยนตร์ชื่อดังเรื่อง ‘Fast And The Furious’
        และซิงเกิ้ลล่าสุดที่จะส่งให้เขากลายเป็นแร็พเพอร์ที่ฮ็อทที่สุดในเพลง ‘Hotel Room Service’ ที่จะทำให้คุณต้องโยกตามทุกครั้งที่ได้ยิน ซึ่งเป็นซิงเกิ้ลที่ 4 ของอัลบั้มนี้ ที่แซมเพิ้ลเพลง ‘Push The Feeling On’ ของ Nightcrawlers มาอีกแล้ว
        Pitbull เคยฝากฝีมือไว้ในงานเพลงของศิลปินชื่อดังอย่างเพลง ‘Shake’ ของ Yin Yang Twins, ‘Hit The Floor’ ของ Twista, ‘Shooting Star’ ของ David Rush และล่าสุด ‘Now I’m That Bitch’ ของ Livvi Franc และยังได้ร่วมงานกับเหล่าดีเจต่างๆ จนได้แจมกับศิลปินดังๆ ไม่ว่าจะเป็น Flo Rida, Lil Wayne, T-Pain, Sean Paul และ Rick Ross เป็นต้น
อัลบั้มล่าสุดของ pitbull

Tracklist

    01. Mr. Worldwide(Intro) (feat. Vein)
    02. Give Me Everything (feat. NeYo, Afrojack & Nayer)
    03. RainOver Me (feat. Marc Anthony)
    04. Hey Baby (Drop It To The Floor) (feat. T-Pain)                                                             05. Pause                                                                                                                              06. Come N Go (feat. Enrique Iglesias)
    07. Shake Senora (feat. T-Pain & Sean Paul)
    08. International Love (feat. Chris Brown)
    09. Castle Made Of Sand (feat. Kelly Rowland &  Jamie Drastik)
    10. Took My Love (feat. Red Foo, Vein & David Rush)
    11. Something For The DJs

edit @ 2 Sep 2011 18:53:00 by ImiinT SaY HellO

คำถามทบทวน (หน้า 69 )

posted on 20 Aug 2011 22:42 by kumiint

1.มัลติมีเดียคืออะไร เกี่ยวข้องกับการนำเสนอข้อมูลอย่างไร

คอบ  มัลติมีเดีย คือ จำพวก เสียง รูป ภาพเคลื่อนไหว ข้อความ เกี่ยวกับการนำเสนอข้อมูลคือการนำมัลติมีเดียหลายๆรูปแบบมาเสนอพร้อมๆกัน เพื่อส่งเสริมกับการรับรู้ความเข้าใจของผู้รับข้อมูล

2.การนำเสนอข้อมูลในรูปแบบเว็บไซต์ดีกว่าเอกสารสิ่งพิมพ์อย่างไร

ตอบ ดีกว่าเพราะง่ายและสะดวกกว่าในการเรียกใช้งาน และไม่เสี่ยงต่อการเปีกน้ำ และสามารถเรียกใช้ได้งานได้แพร่หลายทั่วทุกที่

3.Microsoft PowerPoint สามารถนำเสนอข้อมูลในรูปแบบใดได้บ้าง

ตอบ หลายรูปแบบทั้งเอกสารสิ่งพิมพ์และแสดงบนหน้าจอคอมพิวเตอร์และแสดงบนหน้าจอ คอมพิวเตอร์ในรูปแบบ
4.การเชื่อโยงภายในและภายนอก Microsoft PowerPoint แตกต่างกันอย่างไร

ตอบ การเชื่อมโยงภายใน คือ การสร้างจุดเชื่อมโยงยังจุดอื่นๆ หรือไปยังภาพนิ่งอื่นๆ ในไฟล์เดียวกัน    การเชื่อมโยงภายนอก คือ การเชื่อมโยงไปยังแหล่งข้อมูลอื่นๆ นอกไฟล์งานนำเสนอ

5.นอกจากคอมพิวเตอร์แล้วยังมีเทคโนโลยีใดที่ช่วยเสริมการนำเสนอข้อมูลบ้าง

ตอบ อินเตอร์เน็ต ดาวเทียม โทรทัศน์ วิทยุ โปรเจคเตอร์

6.นักเรียนคิดว่าการนำเสนอข้อมูลในรูปแบบใดสามารถทำได้ง่ายที่สุดเพราะเหตุใด

ตอบ Microsoft PowerPoint เพราะง่ายต่อการสร้างงานและเป็นโปรแกรมพื้นฐานที่ทุกคนรู้จักและใช้งานกันเป็นอย่างแพร่หลาย

7.การตกแต่งเพิ่มเติมด้วยแม่แบบ Microsoft PowerPoint สามารถทำได้อย่างไร

ตอบ 1. ให้คลิกจากเมนู  File > New
       2. คลิกที่ On my computer

       3. คลิกแท็บ Presentations ซึ่งเป็นแม่แบบการออกแบบ ซึ่งมีแม่แบบภาพนิ่งไว้ให้เลือกใช้ มีการตรียมหัวเรื่องและลำดับที่จะบรรยาย รวมทั้งมี การตกแต่งไว้อย่างสวยงาม 
       4. คลิกเลือกชุดสไลด์ที่ต้องการ

       5. คลิกปุ่ม ok
       6. ใส่หรือแก้ไขข้อความตามต้องการ สามารถนำมาแก้ไขหรือดัดแปลงเพื่อลดขั้นตอนการสร้างสไลด์ใหม่ให้ง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น

8.การกำหนดกล่องข้อความหรือวัตถุให้เคลื่อนไหวใน Microsoft PowerPoint สามารถตั้งค่าได้ที่ใด

ตอบ เลือกกล่องข้อความหรือวัตถุที่ ต้องการให้เคลื่อนไหว แล้วคลิกที่แทบด้านบน"นำเสนอภาพนิ่ง" แล้วเลือก "การเคลื่อนไหวที่กำหนดเอง" เลือกลักษณะตามต้องการ

9.ยกตัวอย่างซอฟต์แวร์ที่ใช้สำหรับนำเสนอข้อมูลตัว หนังสือหรือตัวอักษรมาอย่างน้อย 3 โปรแกรม

ตอบ 1. Microsoft office word 2. Microsoft PowerPoint 3. Macromedia Authorware

10.ถ้าไม่มีกล่องข้อความใน Microsoft Powerpoint จะสามารถสร้างงานนำเสนอข้อมูลได้หรือไม่ อย่างไร

ตอบ ได้ เพราะเราสามารถใช้เครื่องมืออื่น ช่วยในการนำเสนอแทนได้ อาทิ เช่น กราฟ แผนภูมิวงกลม

11.เครื่องพิมพ์เป็นฮาร์ดแวร์ที่จำเป็นสำหรับการนำเสนอ ข้อมูลด้วย Microsoft Powerpoint หรือไม่อย่างไร

ตอบ ไม่จำเป็น เพราะ เราอาจจะอัพโหลดขึ้นเวปไซต์ ฉายโปรเจกเตอร์ หรือเปิดในคอมพิวเตอร์

12.Microsoft Powerpoint สามารถแทรกรูปภาพ ภาพยนตร์ และเสียงได้หรือไม่ ถ้าได้มีวิธีการอย่างไร

ตอบ ได้ โดยการกด"แทรก"ที่แถบด้านบน เลือก "รูปภาพ,ภาพตัดปะ,ภาพยนต์ หรือเสียง" เลือกไฟล์ตามต้องการ

13.การนำเสนอข้อมูลด้วยแผนภูมิ แผนผัง และกราฟดีกว่าการนำเสนอข้อมูลด้วยตัวหนังสือหรือตัวอักษรอย่างไร

ตอบ สามารถเห็นข้อมูลและการเปรียบเทียบข้อมุลได้ชัดเจน และมีความสวยงามกว่า

14.การสร้างงานนำเสนอด้วย Microsoft Powerpoint สำหรับผู้รับข้อมูล 20 คนพร้อมกันจะต้องใช้ ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ใดบ้าง

ตอบ ฮาร์ดแวร์ - Server  ซอฟต์แวร์ - Microsoft Hyper-V Server

15.ยกตัวอย่างเทคโนโลยีที่ส่งเสริมการนำเสนอข้อมูลในรูป แบบตัวหนังสือหรือตัวอักษรรูปภาพหรือภาพนิ่ง แผนภูมิ แผนผัง กราฟ เสียง และภาพเคลื่อนไหวได้พร้อมกัน

ตอบ คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต โทรทัศน์ โทรศัพท์

 

 

 

 

 

 

edit @ 20 Aug 2011 23:37:39 by ImiinT SaY HellO

โปรแกรมภาษาปาสคาลPascal

posted on 10 Jul 2011 14:05 by kumiint

โปรแกรมภาษาปาสคาลPascal (ชื่อของ Blaise Pascal)

 ภาษาปาสคาลเป็นภาษาคอมพิวเตอร์ชั้นสูงที่พัฒนาขึ้นโดย Niklaus Wirth และได้ตั้งชื่อว่าปาสคาล (Pascal) เพื่อให้เกียรติแก่นักวิทยาศาสตร์ชาวฝรั่งเศส ชื่อ Blaise Pascal ภาษาปาสคาล พัฒนามาจากภาษา Algol โดยพัฒนาให้เป็นภาษาสำหรับฝึกหัดเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ภาษาปาสคาลจะมีลักษณะเป็นภาษาคอมพิวเตอร์แบบประมวลความหรือคอมไพเลอร์ (Compiler) เมื่อเทียบกับภาษาคอมพิวเตอร์ชั้นสูงอื่น ๆ จะพบว่าภาษาปาสคาลเป็นภาษาที่มีการวางระบบและจัดรูปแบบที่มีโครงสร้างแน่นอน ตายตัว จึงทำให้ภาษาปาสคาลเป็นภาษาที่เหมาะสำหรับการเขียนโปรแกรมโครงสร้าง (Structured Program) มากกว่าภาษาอื่น ๆ ที่ใช้กันอยู่จึงทำให้ได้รับความนิยมและนำมาประยุกต์ใช้งานต่าง ๆ อย่างแพร่หลาย
1.1 โครงสร้างของโปรแกรมภาษาปาสคาล
โปรแกรมในภาษาปาสคาล แบ่งเป็น 3 ส่วนคือ
1. ส่วนหัว (Heading) เป็นการประกาศชื่อของโปรแกรม ขึ้นต้นด้วยคำว่า PROGRAM ตามด้วยชื่อของโปรแกรม และจบบรรทัดด้วย ;รูปแบบPROGRAM ชื่อโปรแกรม (รายชื่ออุปกรณ์);
ตัวอย่าง
PROGRAM EXAM1;
PROGRAM EXAM1(INPUT,OUTPUT);
ข้อสังเกต ชื่ออุปกรณ์ คือ INPUT, OUTPUT หรือชื่อของไฟล์ที่เกี่ยวข้องภายในโปรแกรมถ้าไม่ระบุจะถือว่า INPUT เข้าทาง keyboard และ OUTPUT ออกทางจอภาพ
2. ส่วนข้อกำหนด (Declaration part) คือส่วนตั้งแต่ส่วนหัวไปจนถึงคำว่า BEGIN ของโปรแกรมหลัก และเป็นส่วนที่เรากำหนดค่าต่าง ๆ ดังนี้
2.1 VAR เป็นการกำหนดแบบของข้อมูลให้แก่ตัวแปร
รูปแบบ 
VAR รายชื่อตัวแปร : ประเภทของข้อมูล;
ตัวอย่าง
VAR I,J,K : INTEGER;
NAME : STRING;
SALARY : REAL;

2.2 TYPE เป็นการกำหนดแบบของข้อมูลขึ้นใหม่
รูปแบบ   TYPE ชื่อของแบบ = ประเภทหรือค่าของข้อมูล;
ตัวอย่าง
TYPE SCORE = INTEGER;
WEEK = (MON, TUE, WED, THU, FRI);
VAR TEST, MIDTERM, FINAL : SCORE;
DAY : WEEK;
จากตัวอย่างต้องประกาศชื่อแบบของตัวแปรก่อนแล้วจึงประกาศชื่อตัวแปรที่เป็นแบบ
2.3 CONST เป็นการกำหนดค่าคงที่
รูปแบบที่ 1   CONST รายชื่อค่าคงที่ = ค่าที่กำหนด;
รูปแบบที่ 2   CONST รายชื่อค่าคงที่ : ประเภทของข้อมูล = ค่าที่กำหนด;
ตัวอย่าง
CONST HEAD = ‘EXAMINATION’;
CONST A = 15;
CONST SALARY : REAL = 8000.00;

2.4 LABEL ใช้คู่กับคำสั่ง GOTO ภายในโปรแกรม
รูปแบบ LABEL รายชื่อของ LABEL;
ตัวอย่าง
LABEL 256,XXX;
เช่น GOTO 256; GOTO XXX;

3. ส่วนคำสั่งต่าง ๆ (Statement Part) เป็นส่วนสุดท้ายของโปรแกรม ขึ้นต้นด้วย “BEGIN” และปิดท้ายด้วย “END.”
ตัวอย่าง
BEGIN
Statement หรือคำสั่งต่าง ๆ ;
END.

1.2 ชื่อ (Identifier)
ชื่อ คือคำที่ตั้งขึ้นเพื่อกำหนดใช้เป็นชื่อของโปรแกรม โปรแกรมย่อย ตัวแปร แบบของตัวแปร และค่าคงที่
การตั้งชื่อ
1. ตัวอักขระ (character) ที่นำมาใช้ คือ ตัวอักษร ตัวเลข และ (_) Underline
2. จะนำเครื่องหมายใด ๆ มาใช้เป็นชื่อไม่ได้
3. ขึ้นต้นด้วยตัวอักษร หรือขีดล่าง
4. ความยาวของชื่อไม่เกิน 30 ตัว แต่จะมีความหมายเพียง 8 ตัวแรกเท่านั้น

1.3 คำ (Word)
คำในภาษาปาสคาล แบ่งออกเป็น 2 พวก คือ
1. พวกที่เกี่ยวข้องกับข้อมูล ได้แก่ แบบของข้อมูล ตัวแปร และค่าคงที่
2. พวกที่เกี่ยวกับคำสั่ง ได้แก่ คำสงวน (Reserved word) คำมาตรฐาน (Standard word) คำใหม่ (User defined word)

1.4 ข้อมูล (Data)
ภาษาปาสคาล แบ่งประเภทของข้อมูลเป็น 4 แบบ คือ แบบมาตรฐาน แบบผู้เขียนโปรแกรมกำหนด แบบโครงสร้าง และแบบพอยน์เตอร์
แบบมาตรฐาน เป็นข้อมูลพื้นฐานที่ใช้ในโปรแกรมทั่ว ๆ ไป เป็นข้อมูลที่มีค่าเป็นลำดับที่มีค่ามากน้อยตามลำดับ แบ่งเป็น 5 ประเภท
1. Integer เป็นข้อมูลเลขจำนวนเต็ม
2. Real เป็นข้อมูลเลขจำนวนจริงมีทศนิยม
3. Character เป็นข้อมูลตัวอักษร
4. String เป็นข้อมูลของชุดตัวอักษร เช่น String [30] เป็นการะบุค่าของสตริงว่ามีขนาด 30 ตัวอักษร
5. Boolean เป็นข้อมูลที่มีค่าเป็นไปได้ 2 ค่า คือ เป็นจริง (true), เป็นเท็จ (false) ตัวดำเนินการ (operators) ที่ใช้ในภาษาปาสคาล ได้แก่
NOT ให้กลับค่าทางคณิตศาสตร์ของ Boolean เช่น Not true เป็น false
* ให้คูณเลขทางซ้ายกับเลขทางขวา
/ ให้หารโดยเลขทางซ้ายเป็นตัวตั้ง เลขทางขวาเป็นตัวหาร
DIV ให้หารแบบตัดเศษทิ้ง ใช้ได้เฉพาะเลขจำนวนเต็มคู่
MOD ให้หาเศษของการหาร ใช้ได้เฉพาะเลขจำนวนเต็มคู่
AND ให้ความเป็นจริง เมื่อทั้ง 2 กรณีเป็นจริงทั้งคู่
OR ให้ ความเป็นจริง เมื่อกรณีใดกรณีหนึ่งเป็นจริง เช่น (X MOD Y = 0) 0R (x-y = 0) ข้อความนี้เป็นจริงเมื่อ X หารด้วย Y ลงตัว หรือเมื่อ X-Y เป็นศูนย์อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือทั้ง 2 อย่าง
XOR ให้ ความเป็นจริง เมื่อกรณีใดกรณีหนึ่งเป็นจริงเท่านั้น เช่น (X MOD Y Y= 0) XOR(X-Y=0) ข้อความนี้เป็นจริงเมื่อ X หารด้วย Y ลงตัว หรือเมื่อ X-Y เป็น 0 อย่างใดอย่างหนึ่งแต่ไม่ใช่ทั้ง 2 อย่างพร้อมกัน

     แบบผู้เขียน โปรแกรมกำหนดขึ้น ภาษาปาสคาลอนุญาตให้ผู้เขียนโปรแกรมกำหนดรูปแบบของข้อมูลขึ้นมาใช้งานเฉพาะ ภายในโปรแกรมได้เอง โดยการประกาศไว้ในคำสั่ง VAR หรือ TYPE แบ่งเป็น 2 แบบ
1. กำหนดแบบใหม่ เป็นการกำหนดรูปแบบใหม่ ๆ เพื่อใช้เฉพาะโปรแกรมนั้น ๆ
ตัวอย่าง
TYPE color = (yellow,blue,red);
VAR dd = color;
ดังนั้น dd เป็นตัวแปรที่มีค่า 3 ค่า คือ yellow, blue, red

2. กำหนดช่วงของค่าข้อมูล เป็นการกำหนดช่วงของค่าของข้อมูลเฉพาะตัวแปรใดตัวแปรหนึ่งที่ใช้ภายในโปรแกรม
ตัวอย่าง
TYPE NUM = 0..50;
VAR X : NUM;
ดังนั้น X จะเป็นตัวแปรที่มีค่าในช่วง 0 ถึง 50
     
     แบบโครงสร้าง เป็นการนำเอาข้อมูลแบบมาตรฐานหรือข้อมูลที่ผู้เขียนโปรแกรมกำหนดขึ้นมาจัด ให้มีระบบ มีโครงสร้างเพื่อใช้งานโดยเฉพาะ การจัดข้อมูลโครงสร้าง แบ่งเป็น 4 ประเภท คือ ข้อมูล Array, set, record และ file
     แบบพอยน์เตอร์ เป็นข้อมูลที่เป็นดัชนีสำหรับระบุข้อมูลอื่น ๆ อีกครั้งหนึ่ง ข้อมูลแบบนี้จะซับซ้อน ค่าของข้อมูลแบบพอยน์เตอร์จะไม่เป็นตัวเลข, ตัวอักษร แต่จะมีค่าเป็น address ในหน่วยความจำ RAM ที่ข้อมูล

edit @ 10 Jul 2011 14:09:28 by ImiinT SaY HellO